Wiroonsak’s Weblog

Welcome to all sorts of happyness!

สุขสันต์วันอาทิตย์

              วันนี้มีนัดกะน้องๆตาบอด น้องอ้นโทรมาตอนค่ำๆวันเสาร์ถามว่าผมพอจะสอนวิชาพระพุทธศาสนาได้ไหม ผมก็บอกว่าได้ ของถนัดอยู่แล้ว  มาถึงที่มูลนิธิตอนสิบโมงแก่ๆ เพื่อนผมที่นัดไว้ก็ตามมา มีน้องกบอีกคนรวมเป็นสามคนที่ต้องการอาสาสอนหนังสือ พอดีว่าผมสอนน้องจิ๋วติดพันอยู่ก่อน เลยให้เพื่อนผมไปสอนน้องกบแทน ก็วิชาสังคมเดิมๆละครับ หน้าที่พลเมืองดี ทบทวนให้น้องเขาพอจำได้ แล้วก็ทำการบ้านที่ยังค้างอยู่ให้เรียบร้อย

           พอผมสอนจิ๋วเสร็จก็มาถึงคิวงานถนัด วิชาพระพุทธศาสนาของอ้น โอ้โห! แทบแย่ครับ สารพัดคัมภีร์เอ้ยพระไตรปิฎก จนกระทั่งตอนนี้ผมยังมึนไม่หาย  ไม่นึกว่าสมัยนี้เขาจะเน้นเข้มข้นซะขนาดนี้ ทั้งนิกายต่างๆ พุทธสุภาษิต ผลของกรรมแต่ละประเภท เล่นเอาพลิกตำราแทบไม่ทัน ขนาดเน้นกันขนาดนี้แล้ว อ่านข่าวแต่ละวันนี่เจอแต่วีรกรรมวัยรุ่นท้านรก ผิดกับสมัยผมที่แม้จะไม่ค่อยสอนกันแบบเจาะลึกขนาดนี้ แต่ก็ดูเหมือนความละอายเกรงกลัวต่อบาปมันจะมากกว่าเด็กๆสมัยนี้  สงสัยต้องไปถ่ายวิดีโอในนรกมาเปิดให้ดูซะละมั้งนี่

     หรือจริงๆแล้วก็คงมาจากพวกผู้ใหญ่อย่างเราๆมั้งครับ ที่ไม่ค่อยจะเป็นตัวอย่างที่ดีซะเท่าไรนัก ก็แล้วแต่บุญแล้วแต่กรรมละครับ ใครชอบแบบไหนก็ได้แบบนั้นนะผมเชื่อว่าอย่างนั้น

    สอนไม่นานก็เสร็จเรียบร้อยทั้งสามคน กบก็แยกตัวไปไหนก็ไม่รู้ เหลือแต่อ้นกับจิ๋ว ผมกับเพื่อนเลยพาขึ้นแท็กซี่ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือวัดมะกอกเจ้าเก่า จิ๋วนี่ดูจะถนัดอยู่แล้วกับการกินก๋วยเตี๋ยว แต่อ้นนี่สิครับ ดันสั่งเส้นหมี่ แล้วก็หลังจากผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ก็ยังเห็นเต็มชามอยู่ สักพักก็กระมิดกระเมี้ยนบอกว่า ” เอ่อ พี่ครับ ช่วยตัดเส้นให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ผมทานไม่ถนัด” ปั๊ดโธ่ แล้วก็ไม่บอก แถมยังสั่งเส้นหมี่พันกันซะขนาดนั้น ผมก็เลยช่วยไปตามอัตภาพ เสร็จแล้วก็เลี้ยงขนมถ้วยกับขนมเบื้องต่อ  พอได้ชิมขนมเบื้องเท่านั้น อ้นก็บอกว่า “ผมกินที่มาบุญครองอร่อยมากครับ ขนมเบื้อง แต่อันละตั้งสิบบาท” เพื่อนผมก็สำทับว่า ใช่ๆอร่อยจริงๆแต่แพง ผมก็เลยทึ่งว่าขนาดผมตาดีๆยังไม่ได้ไปซอกแซกหาทานได้ แต่อ้นนี่ตาบอดแท้ๆยังรู้ดีกว่าผมซะอีก  “แล้วอ้นไปรู้จักได้ไง ไอ้เจ้าที่มาบุญครองนี่” ผมถามด้วยความทึ่ง “ก็เดินๆไปละครับ แล้วก็เจอ” โห อะไรกัน อย่างนี้คงเรียกว่า แข่งอะไรแข่งได้ห้ามแข่งวาสนาคนจะได้กินของอร่อย คนตาดีๆอย่างผมเลยต้องสงบปากสงบคำไปโดยปริยาย

   ทานเสร็จสรรพอิ่มกันเรียบร้อย ก็เรียกแท็กซี่กลับ ตอนอยู่บนรถผมได้ยินน้องสองคนเขาคุยกันเรื่องการเดินทาง เห็นมีแนะนำเชิงข่มกันเล็กน้อย ว่าขึ้นรถสายนั้นมันอ้อมโลกขึ้นสายนี้ดีกกว่า เอาอีกแล้วสิครับ ผมก็ให้สงสัยว่าคนตาบอด เขารู้ได้ยังไงว่าเส้นทางไหนอ้อมไม่อ้อม นอกจากจะวัดกันด้วยระยะเวลา แต่ถ้าคันที่อ้อมมาถึงก่อนเขาก็ไม่น่าจะรู้สึกว่ามันพาอ้อมอย่างเราๆตาดีรู้สึกนี่นา ถามไม่ทันขาดคำ อ้นก็คว้ามือถือพร้อม GPS มาโชว์บอกทางแท็กซี่ซะเลย

     ก็ดูเข้าท่านะครับ แต่ถ้าขืนขับไปตามที่ไอ้เสียงบอกทางจาก GPS นั่นละก็ สงสัยทั้งคันคงลงไปอยู่ใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ก็ระยะทางจากอนุสาวรีย์ชัยไปแยกตึกชัยแค่นี้ พี่แกเล่นมีการให้เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาข้ามคลองกันอุตลุด  เอาเป็นว่าน้องๆตาบอดเขาคงอาศัยฟังเอาจากเสียง GPS กันนี่เอง เลยรู้ว่ารถเมล์สายไหนพาไปวนที่ไหนกันบ้าง

     หลังจากส่งน้องๆเขาและก็ร่ำลากันเรียบร้อย คนตาดีสองคนคือผมกับเพื่อนก็ตะลอนๆไปรับผลบุญจากการทำดีกันตามจริต พูดง่ายๆว่าก็ไปเที่ยวเล่นชิลๆกันตามประสาแหละครับ แต่ก็รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าขึ้นมานิดนึง แต่เพื่อนผมนี่สิ สงสัยคาใจกับการเรียนการสอนวันนี้ บ่นว่าน่าจะสอนได้ดีกว่านี้ เอ้า!อย่างงี้ก็ต้องมีนัดล้างตานะสิครับ  เดี๋ยวจัดให้ หุหุ🙂

   

Posted by email from gof’s posterous

November 17, 2008 - Posted by | Uncategorized

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: