Wiroonsak’s Weblog

Welcome to all sorts of happyness!

“สิบวันเปลี่ยนชีวิต”

  เป็นชื่อหนังสือเล่มล่าสุดที่เพิ่งได้มีโอกาสซื้อมาอ่าน   ก็ไม่ผิดหวังครับสำหรับคนที่ชอบตั้งคำถามในใจอย่างผม  จริงๆแล้วเรื่อง DIALOGUE หรือ สุนทรียสนทนานี้ ผมเองก็ได้มีโอกาสเลียบๆเคียงจาก www.wongnamcha.com  หรือ วงน้ำชาด็อตคอมมาสักพักหนึ่ง

   ยอมรับว่าตอนแรกๆก็ไม่รู้เรื่อง ประมาณว่าพูดคุยอะไรกันเหรอ แต่คงจะถูกจริต เข้าๆออกๆสักพัก ก็พอจะเข้าใจขึ้นมาตามลำดับ ผมนิยามคนกลุ่มที่สนใจเรื่องทำนองนี้ว่า เป็นกลุ่มคนที่กระหายความสุขจากการตื่นรู้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง แต่ที่รู้ๆคือไอ้ที่สุขแบบโลกๆอย่างทุกวันนี้ มันคงไม่ตอบคำถาม หรือไม่สามารถเติมเต็มอะไรบางอย่างที่รู้สึกว่าขาดหายไปได้

  ก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการใช้ชีวิต เริ่มตั้งแต่วิธีการเลี้ยงดูลูกกันเลยทีเดียว เพราะต้นตำรับคืออาจารย์วิศิษย์ วังวิญญู ซึ่งผมขอคารวะในจิตวิญญาณของการแสวงหา แบบที่ยังไม่ถึงขนาดกับว่าทิ้งทางโลกไปเลยทีเดียว ตั้งแต่ตัวอาจารย์เองที่กล้าออกจากมหาวิทยาลัย ทั้งๆที่ยังเรียนไม่จบ เพราะเชื่อใน”ความรู้สึก”ของตัวเองว่ามัน”ไม่ใช่”  ง่ายๆแค่นี้เอง ที่คนอีกตั้งเป็นล้านไม่กล้าแม้แต่จะยอมให้มีความคิดหรือความรู้สึกทำนองนี้โผล่เข้ามาในสมอง

    พอมีลูกชาย อาจารย์ก็ไม่ยอมส่งลูกเข้าระบบการศึกษตามรูปแบบ แต่กลับให้การศึกษาแบบบ้านๆ( Homeschool) แก่ลูกชายคนเดียวคนนี้ หลังจากที่ภรรยาได้จากไปในวันที่ลูกชายอายุได้เพียงสามขวบ แม้ในตอนแรกๆ ถ้าวัดพัฒนาการตามหลักสูตรการศึกษาในระบบ ก็ดูเหมือนว่าจะช้ากว่า แต่พอถึงวัยที่เด็กอยากจะเรียนรู้อะไร ก็ปรากฎว่าลูกชายของอาจารย์ก็จะขวนขวายศึกษาด้วยตัวเอง โดยมีผู้เป็นพ่อคอยให้การสนับสนุนอยู่ห่างๆ เรียกง่ายๆว่า Child Center ขนานแท้เลยทีเดียว

   เปรียบการเรียนรู้แบบนี้ ก็จะเหมือนกับการกินข้าวนั่นเอง คือให้กินก็ต่อเมื่อหิว ไม่ใช่ว่าถึงเวลาเท่านั้นเท่านี้แล้วจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งนั่นคือระบบการให้การศึกษาแบบเดิมๆที่เราพบเห็นกันอยู่

      ที่เล่ามาก็เพื่อจะให้เห็นตัวอย่างว่า ยังมีกลุ่มคนที่ก็ไม่ได้รังเกียจโลกใบนี้ แค่เพียงรู้สึกอะไรบางอย่างกับระบบต่างๆที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จะถือว่าเป็นอารยะขัดขืนทางความคิดก็ว่าได้ คือไม่ได้ทำอะไรให้ใครเดือดร้อน และก็ยังใช้ชีวิตสนุกสนานกับโลกตามปกติ เพียงแต่มีแนวทางเป็นของตัวเองอย่างใช้ปัญญานำไม่ใช่อารมณ์

  ไม่แน่นะครับ ในอนาคตข้างหน้า โลกอาจจะเปลี่ยนไปด้วยแรงกระเพื่อมเล็กๆจากคนกลุ่มนี้ก็เป็นได้  ผมแอบเชียร์อยู่ห่างๆ ตามประสาคนอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ใจไม่กล้า

หมายเหตุ: ขณะที่เขียนนี้ น้องยิ่ง ลูกชายของอาจารย์ กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาดนตรีเอกเปียโนอยู่ที่รัสเซีย และกำลังมีความคิดที่จะเปลี่ยนชีวิตตนเอง แบบเดียวกับผู้เป็นพ่อไม่มีผิด

 

March 24, 2009 - Posted by | Uncategorized

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: