Wiroonsak’s Weblog

Welcome to all sorts of happyness!

Demand Chain,ห่วงโซ่อุปสงค์

 คุยกับรุ่นน้องเล่นๆว่าไม่รู้ทำไมโรงงานรถยนต์ยักษ์ใหญ่ พอยอดขายตกลงไปสักหน่อย มันถึงกับต้องเลิกกิจการกันเลยหรือ เพราะในละแวกโรงงานของผมนี้ ก็มีอยู่หนึ่งยักษ์ใหญ่ ที่มีข่าวมาให้ลุ้นกันอยู่ทุกสัปดาห์ เรื่องการลดคน หยุดงาน หรือกระทั่งหยุดกิจการ ไม่ใช่ว่าของผมมันจะดีกว่าเขาหรอกนะครับ แค่รู้สึกว่ายิ่งกิจการใหญ่ยิ่งเปราะบางอย่างนั้นหรือ คงจะประมาณเรื่องต้นอ้อต้นไทรอะไรทำนองนั้นกระมัง

  ลองเสิร์ชดูใน Google ถึงคำว่า demand chain ก็พบว่ามีอยู่ประมาณ 28,000,000 หัวข้อ ซึ่งน้อยกว่า supply chain ซึงมี 60,000,000 หัวข้อ น่าจะเป็นที่มาของปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้หรือเปล่า เพราะเรามัวแต่เน้นเรื่องการบริหารการผลิต การส่งมอบให้ฉับไว โดยไม่สนว่าความต้องการของลูกค้านั้นจะมาจากสาเหตุใด เพราะเราเชื่อว่าเราจะสามารถกระตุ้น หรือสร้างความต้องการของลูกค้าขึ้นมาได้เอง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการจากความจำเป็นอย่างแท้จริง หรือเป็นความต้องการจากความโลภอยากได้ ซึ่งก็มีที่มาจากการถูกกระตุ้นโดยโฆษณาต่างๆจากผู้ผลิตทั้งหลายนั่นเอง

    เพราะการแข่งขันที่ผู้ผลิตทุกท่านต้องแข่งกันทำของดีและถูก เมื่อถูกแล้วก็ยิ่งต้องขายให้ได้เยอะๆเพื่อที่จะได้มีกำไรมากๆ แต่ดูเหมือนสูตรสำเร็จนี้ คล้ายๆเป็นสูตรสำเร็จสู่หายนะ ที่ไม่ว่าที่หนึ่งหนึ่งหรือที่สุดท้ายจากการแข่งขัน ต่างก็ได้รับรางวัลเป็นความพ่ายแพ้กันถ้วนหน้า

  หากจะมีการค้นพบวิธีการบริหารความต้องการของลูกค้า ชีวิตของผู้ผลิตก็น่าจะปลอดภัยกว่านี้ และก็ไม่ใช่การบริหารแบบตื้นๆประเภทที่ว่า อยากได้อะไรผมจัดให้ แต่มันน่าจะลงลึกไปถึงว่าจะบริหารอย่างไรให้คุณลูกค้าทั้งหลาย มีความต้องการที่เกิดขึ้นจากความจำเป็นที่แท้จริง ไม่ใช่ว่าต้องการเพราะมันเท่ห์ หรือขาดมันแล้วฉันจะต้องอับอาย อะไรทำนองนั้น

  พูดง่ายแต่ทำยาก ที่เราจะทำได้ก็คือบริหารความต้องการของตัวเราเอง ในฐานะที่เราก็เป็นลูกค้าคนหนึ่งเหมือนกัน ลองคิดเล่นๆว่าถ้าทุกคนมีนิสัยเหมือนผม ของที่ผลิตๆกันอยู่คงล้นโลก แทบจะต้องเอาไปไล่แจกกันทีเดียว ไม่ใช่ว่าผมจะขี้เหนียวอะไรนะครับ แค่ใช้ของตามอายุของมันก็เท่านั้นเอง แล้วส่วนใหญ่มันก็อายุยืนกันทั้งนั้น แทบจะไม่ต้องเปลี่ยนใหม่กันบ่อยๆ  พอพูดอย่างนี้หลายๆคนก็อาจจะเถียงว่าอย่างนั้นเศรษฐกิจมันก็ไม่เติบโตนะสิ  ผมก็อยากจะย้อนว่า แล้วไอ้แบบที่ตาลีตาเหลือกบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้ล่ะ มันดีกว่ากันตรงไหน สุดท้ายก็มานั่งอยู่ท่ามกลางกองสินค้าที่ไม่มีคนจะซื้ออยู่ดี  คล้ายกับการขับรถ รถที่กำลังวิ่งอยู่ยังไงก็ต้องมีเวลาจอดพักอยู่ดี แต่จะเอาจอดแบบซอฟท์ๆค่อยๆเบรกจนหยุด   แล้วถ้าคิดจะไปต่อเมื่อไรก็มีสภาพที่พร้อมใช้งานได้เสมอ หรือจะเอาแบบที่ซิ่งลืมตายสุดท้ายก็จอดด้วยการชนประสานงา ถึงโชคดีรอดไปได้แต่กว่าจะซ่อมแซมเยียวยาทั้งรถทั้งคน ให้พร้อมกับการเดินทางต่อ ก็คงอีกนานนะผมว่า

 

 

March 26, 2009 - Posted by | Uncategorized

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: