Wiroonsak’s Weblog

Welcome to all sorts of happyness!

เรื่องเล่าเช้านี้

    เคยสังเกตกันบ้างไหมครับว่าความคิดแรกหรือคำพูดแรก ที่ผุดขึ้นในสมองหรือหลุดออกจากปากของเราในทุกๆเช้านั้นเป็นเรื่องราวประเภทไหน เป็นเรื่องดีๆที่ชวนให้ทั้งเราและผู้ที่ได้รับข้อมูลนั้นเกิดความสุข หรือเป็นเรื่องที่ชวนให้เกิดอารมณ์ลบๆประเภทพาลให้มองโลกในแง่ร้ายจนเกินเหตุหรือเปล่า
 
    จริงๆแล้วผมก็ได้ลองปฏิบัตกับตัวเองมาสักระยะหนึ่ง ที่จะพยายามตั้งสติให้ตัวเองคิดหรือพูดอะไรในแง่บวกเข้าไว้ โดยเฉพาะความคิดแรกหรือคำพูดแรกของวัน นั้นถือว่าเป็นเป้าหมายที่สำคัญ ที่จะต้องพยายามเตือนตัวเองให้ได้ทุกครั้ง ให้ระมัดระวังลักษณะของข่าวสารทั้งที่เราจะเสพหรือที่เราจะสื่อออกไปก็ตามที
 
    โดยเฉพาะในทุกวันนี้ที่เรียกได้ว่าลืมตาตื่นขึ้นมาไม่ทันไร ก็มีข่าวสารหลากหลายประเภทมาเสิร์ฟถึงปลายเตียงบนหน้าจอสี่เหลี่ยมที่เรียกกันทั่วไปว่า ทีวี  เคยมีสักครั้งบ้างไหมครับ ที่เราจะลองถามตัวเองว่าแม้เราจะมีรีโมตคอนโทรลอยู่ในมือก็ตาม แต่เราเป็นผู้เลือกเสพข่าวสารนั้นๆหรือตัวข่าวสารนั้นต่างหากที่เลือกเสพเราเป็นอาหารเช้าอันโอชะของมันทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัว
 
 
   นอกไปจากที่กล่าวมาแล้ว ในระหว่างชีวิตประจำวันของเรา ล้วนแต่เต็มไปด้วยข่าวสารจากสื่อหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะมาจากหน้าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ป้ายโฆษณา ฟอร์เวิร์ดเมล์หรือแม้กระทั่งจากปากของคนที่เรามีปฏิสัมพันธ์ด้วย
 
   ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า บางครั้งในแวบแรกที่กำลังเสพหรือได้รับข่าวสารนั้นๆ เราก็อาจจะรู้สึกมีอารมณ์ร่วมบ้างไม่มากก็น้อย แต่ที่ผมพบว่ามันไม่ธรรมดาก็ตรงที่ว่า เจ้าข่าวสารบางชิ้นนั้น มันได้แอบฝังตัวลงไปในจิตใจของเราโดยไม่รู้ตัว แล้ววันดีคืนดีมันก็ย้อนกลับมาให้เราเป็นคนเผยแพร่มันต่อไปให้กับคนที่เราพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นคุณภรรยาที่จู่ๆก็นึกถึงเรื่องที่ได้อ่านเมล์มาเมื่อหลายวันก่อน แล้วพอถึงเวลาเหมาะสมในเช้าวันหนึ่ง ก็ได้เล่าเรื่องที่ได้รับรู้มาส่งต่อไปให้คุณสามีโดยที่ตัวเองอาจจะไม่ได้ตระหนักถึงว่า เหตุใดและทำไม ตัวเองถึงมีอาการอยากที่จะเล่าเรื่องนั้นๆในวันและเวลาดังล่าว
 
   ที่เล่ามาก็เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองสดๆร้อนๆ เพราะเช้าวันนี้จู่ๆภรรยาของผมก็เล่าเรื่องที่พอฟังแล้ว ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกหม่นหมองขึ้นมากับพฤติกรรมของคนบางประเภทในสังคมทุกวันนี้
 
   แต่พอตั้งสติได้ ก็เลยสังเกตว่าทำไมและเพราะอะไร ภรรยาของผมซึ่งปกติก็จะไม่ค่อยไปรู้เรื่องราวอะไรทำนองนี้มากนัก ถึงได้มีข้อมูลประเภทนี้มาส่งต่อได้ ผมก็เลยลองถามว่าไปได้รับข้อมูลนี้มาจากไหนหรือ ก็ได้รับคำตอบว่าได้รับมาจากฟอร์เวิร์ดเมล์จากเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งก็พอจะได้รับทราบเรื่องราวจากปากภรรยาผมมาก่อนหน้านี้แล้วว่า มีทัศนคติในการมองโลกที่ค่อนข้างไปทางไม่ค่อยจะเป็นบวกสักเท่าไร
 
   ผมก็เลยชี้ให้ภรรยาเห็นว่า บางทีถ้าเราเผลอสติเราก็อาจจะปล่อยให้ข้อมูลทางลบ มาฝังอยู่ในตัวเรา รอเวลาที่เราเผลอสติอีกครั้งเพื่อที่เราจะได้ส่งมอบเจ้าข่าวสารชิ้นนั้นต่อไป
 
   ส่วนตัวผมเองนั้นรู้สึกว่า เรื่องบางเรื่องหรือข้อมูลบางอย่าง ถ้าเราไม่ต้องไปรับรู้มันก็จะเป็นการดี หรือพูดในทางกลับกันก็คือ รู้ไปแล้วเกิดโทษมากกว่าประโยชน์นั่นเอง โทษที่ว่าก็อาจจะต้องใช้การสังเกตจิตใจตัวเองสักหน่อย ว่าขณะที่เรากำลังได้รับหรือส่งต่อเจ้าข่าวสารชิ้นนั้นๆ จิตใจของเรามีความสุขเย็นเบาสบาย หรือเต็มได้วยอารมณ์ต่างๆที่ให้ผลเป็นความหนักร้อน
    ของอย่างนี้ถ้าไม่ฝึกหัดสังเกตก็อาจจะไม่ทันรู้ตัวนะครับ ว่าในขณะที่เรากำลังเสพหรือส่งต่อเจ้าข้อมูลนั้นๆอย่างเมามัน เราได้ทำให้คุณภาพความสดใสของจิตใจเราดีขึ้นหรือเลวลงเพียงใด
 
   ลองสังเกตกันดูนะครับ ว่าเราได้เลือกคุณภาพของข้อมูลที่จะเสพหรือส่งต่อกันมากน้อยเพียงไร อย่าปล่อยให้ตัวเองมีสภาพเป็นแค่เพียง “พาหะ” ของบรรดาสารพัดข่าวสารทั้งหลายที่ล้อมรอบตัวเราแบบไม่รู้ตัว ไม่ต่างอะไรกับเชื้อโรคร้ายที่เห็นเราเป็นเพียงเหยื่ออันโอชะ ที่พร้อมจะเข้ามากัดกินและแพร่พันธุ์เป็นโรคระบาดต่อไป เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมของมัน

May 8, 2009 - Posted by | Uncategorized

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: