Wiroonsak’s Weblog

Welcome to all sorts of happyness!

เห็นแต่ตัว

   บางครั้งที่เราอยู่ในภาวะ “เห็นแต่ตัว”  คือภาวะที่ตัวตนของเรามันพองคับโลกซะจนไม่ว่าเราจะมองไปทางไหน ก็เห็นแต่ตัวเองไปทุกที่ทุกทีไป
 
    ภาวะที่ว่านั้นนำมาซึ่งความอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง เพราะแปลกแต่จริงที่แม้ว่าเราจะมองเห็นแต่ตัวเองเต็มไปหมด แต่ตัวเองที่ว่านั้นมันช่างไม่เป็นที่พอใจสำหรับเราแต่อย่างใด
 
   อยากจะเป็นอย่างคนโน้น อยากจะเป็นอย่างคนนั้น ทำไมเราไม่เป็นอย่างนั้น ทำไมเราถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมคนนั้นถึงทำกับเราแบบนี้ ทำไมเราถึงไปทำแบบนั้นกับคนโน้น
 
 
     สารพัดสารพันปัญหา แต่สังเกตดีๆก็จะพบว่ามีแต่เราหรือ “กู” เต็มไปหมด
 
      ภาวะที่ว่านี้ ผมเองก็เป็นออกบ่อย แหะๆ
 
 
   แค่เมียโทรมาไหว้วานให้ช่วยแวะซื้อบะหมี่ให้หน่อยก่อนจะเข้าบ้าน “กู”ของผมก็พองคับโลกทันที
 
 
   “อะไรกัน นี่เราหนื่อยมาทั้งวัน ขับรถมาก็ตั้งไกล ยังจะมาใช้เราอีก”
 
 
   “อะไรกัน คุณชายอย่างเราเนี่ยนะ ต้องมาจอดรถแวะซื้อบะหมี่ให้เมีย”
 
    ฯลฯ
 
    การฝึกภาวนามาสองสามปี ก็มีประโยชน์ตรงนี้แหละคร้าบ
 
    ตรงที่เอาไว้รู้ทัน เวลาที่ตัวกูของกู มันปรุงนิยายน้ำเน่ามาให้เราชอกช้ำกับชีวิต
 
    แค่เน่าเฉยๆไม่พอ ดันเป็นนิยายน้ำเน่าชั้นเลวด้วยน่ะสิ เห็นด้วยใช่ไหมครับ
 
   การรู้ทันช่วยให้เราหลุดออกจากความคิดเหล่านี้ ก่อนที่มันจะทันก่อตัวสำเร็จเป็นนิยายน้ำเน่าแบบไตรภาค
 
   แค่ประโยคเดียวก็เน่าเกินพอแล้วจ้า !
 
  

   เมื่อก่อนผมก็ไม่รู้หรอกว่า ภาวนานะแปลว่าอะไร แล้วทำกันแบบไหน นึกว่าไปนั่งหลับตาพองหนอยุบหนออย่างเดียวคือการภาวนา
 
    ปีกกล้าขาแข็งมาหน่อย ก็พอจะจับทางได้ว่า การภาวนาก็คือการรู้ทันความคิด ไม่ว่าจะคิดดีคิดเลว ถ้าเป็นความคิดที่มี “กู” เป็นพระเอกแสดงนำอยู่ละก็ น้ำเน่าทั้งน้านแหละ 
 
    

     และยิ่งได้ชื่อว่าเป็นนิยายด้วยแล้ว  ก็แสดงว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงนะสิครับ! 
 
 
   พอรู้ทันแล้ว มันก็หลุดออกมาจากนิยายเรื่องนั้นๆที่กำลังถูกเขียนบทขึ้นอย่างเมามัน ความสบายใจก็จะแทรกเข้ามาแทนที่ แม้จะเป็นเพียงแค่แวบเล็กๆ เสร็จแล้วก็เผลอไปปรุงนิยายเรื่องใหม่ขึ้นมาอีกก็ตามที
 
   ก็ทำมันไปแบบนี้แหละครับ ถึงจะสามารถภาวนาได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องไปรอเข้าวัดก่อนให้เสียเวลาไปเปล่าๆ
 
   
 
      อ่านมาถึงตอนนี้ ไม่ทราบว่าหลายๆท่านจำได้ไหมครับว่า ตั้งแต่ที่ได้ลืมตาตื่นนอนตอนเช้า
 
      ได้ต้นฉบับนิยายไปกี่เรื่องกันแล้วละครับ
 
  
 
     
 
 
       อ๊ะๆ ถ้ามีเสียงในใจขึ้นมาว่า “เราไม่ได้เป็นอย่างนั้นซะหน่อย” ก็ให้รู้ทันนะครับว่า นิยายฉบับย่อได้เริ่มต้นฉบับขึ้นแบบเงียบๆแล้ว
 
 
      อืมมม   “กูก็ว่ากูเขียนดีนี่หว่า”  ซะงั้นไป โธ่ !

June 25, 2009 - Posted by | Uncategorized

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: